สุวรรณเจดีย์ หรือปทุมวดีเจดีย์ (Suwan Chedi or Pathumwadee Chedi)

Suwan Chedi or Pathumwadee Chedi

 

It is a pagoda that Queen Pathumwadee, the wife of PhayaArthitayaraj, was kind enough to construct it after PhayaArthitayaraj constructed Buddha’s relics Chedi for 4 years. It was located on northwest side for 50-meter far from Phrathat near Glass Wall. Lamphun people called it as SuwanChedi “Phrathat Liam”, “That Liam” or “PathumwadeeChedi”. It’s been said that in the past, there would be cerebration with traditional dancing in 4th month of northern region (6th month of central region) which was the period after harvesting in every year. Currently, this ceremony disappeared. The characteristic of Buddha image in the arch was found to reshape the face from square to oval shape in Lanna style and to make eyebrows thick and connected with protruding eyes glancing down, flat and big nose, wide and thick mouth, mustache line and hair line. Over the forehead was round Urana with small hair knots and plain Usaniya cone aside the head that was bulging. The body was covered with thin and plain outer robe and girdle-cloth. This was the characteristics of Hariphunchai-style Dhavaravati Art. The top of pagoda was made in shape of lotus petal with multitier pollens alternate with Plongchanai in square shape. This was important evidence to show why the top part of SuwanakotChedi at Wat Cham Dhevi was missing

 สุวรรณเจดีย์ หรือปทุมวดีเจดีย์

เป็นเจดีย์ที่พระนางปทุมวดี อัครมเหสีของพญาอาทิตยราช ทรงโปรดให้สร้างขึ้นหลังจากที่สร้างพระบรมธาตุเจดีย์ได้ ๔ ปี ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือขององค์พระธาตุ ในระยะห่าง ๕๐ เมตร ติดกับแนวกำแพงแก้วหรือศาลาบาตร ซึ่งชาวลำพูนเรียกสุวรรณเจดีย์ว่า “พระธาตุเหลี่ยม” “ธาตุเหลี่ยม” หรือ “ปทุมวดีเจดีย์” รูปทรงของเจดีย์เป็นการย่อส่วนมาจากเจดีย์ทรงปราสาทสี่เหลี่ยมขั้นบันไดของ “สุวรรณจังโกฏเจดีย์” (กู่กุฏิ) ที่วัดจามเทวีแต่มีรายละเอียดน้อยกว่า ฐานกว้างประมาณ ๖ เมตร กว้าง ๑๔ เมตร องค์เจดีย์สร้างด้วยศิลาแดงผสมอิฐในผังทรงสี่เหลี่ยมซ้อนเหลื่อมกัน ๕ ชั้น เรือนพระธาตุแต่ละชั้นประดับซุ้มจระนำ (ซุ้มพระพุทธรูป) ด้านละ ๓ ซุ้ม ชั้นละ ๑๒ ซุ้ม รวมทั้งสิ้น ๖๐ ซุ้ม ซึ่งจะประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืน เป็นศิลปะหริภุญชัย ทำด้วยปูนปั้นมีแกนเป็นอิฐ พบร่องรอยการลงรักปิดทอง และการบูรณะใหม่ด้วยการพอปูนปั้นทับในยุคหลัง ปัจจุบันมีพระพุทธรูปปางประทานอภัยด้วยการยกพระหัตถ์ขวาเหนือพระอุระเหลืออยู่บ้างเพียงไม่กี่ซุ้ม รวมทั้งหมด ๖๐ องค์ ซึ่งน่าจะหมายถึงจำนวนของพระอรหันต์ ๖๐ รูปที่บรรลุธรรมในพรรษาแรกของการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ส่วนยอดของเจดีย์ทำเป็นกลีบบัวกลุ่มประดับเกสรบัวซ้อนชั้นกันขึ้นไปหลายชั้นสลับกัลปล้องไฉนในรูปทรงสี่เหลี่ยม อันเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยไขปริศนาของปลียอดที่หักหายไปของ “สุวรรณโกฏเจดีย์” วัดจามเทวีเป็นอย่างดี