การพัฒนารูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์โดยยึดหลักอัลกอริทึมเพื่อเสริมสร้าง ทักษะการคิดวิเคราะห์แบบพหุปัญญา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลประตูลี้

ชื่อเรื่อง  การพัฒนารูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์โดยยึดหลักอัลกอริทึมเพื่อเสริมสร้าง ทักษะการคิดวิเคราะห์แบบพหุปัญญา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6โรงเรียนเทศบาลประตูลี้
ผู้วิจัย  กมลชนก  สะคำปัน

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนารูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์โดยยึดหลักอัลกอริทึมเพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้แบบพหุปัญญาสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลประตูลี้ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
1) ศึกษาสภาพและปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
2) พัฒนารูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์โดยยึดหลักอัลกอริทึมเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์แบบพหุปัญญา
3) ศึกษาการใช้และ
ผลการใช้รูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์โดยยึดหลักอัลกอริทึมเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์แบบพหุปัญญาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการสอนด้วยรูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์โดยยึดหลักอัลกอริทึมเพื่อเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์แบบพหุปัญญาโดยมีประชากรที่ใช้ในการศึกษาคือนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 4 ห้องเรียน รวม 117 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่
1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 20 แผน  40 ชั่วโมง
2) แบบทดสอบทักษะการคิดวิเคราะห์แบบพหุปัญญาชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน  30 ข้อ
3) แบบสอบถามสภาพและปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ จำนวน 2 ฉบับ และ
4) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน จำนวน ข้อ ผู้วิจัยได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองแล้ววิเคราะห์สถิติเพื่อหาค่าร้อยละค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับมากที่สุด คือครูขาดการกระตุ้นทักษะ การคิดที่น่าสนใจให้กับผู้เรียน สื่อการสอนมีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรบ่อยและมีข้อจำกัดในการเลือกใช้แบบเรียนและผู้เรียนไม่สามารถต่อยอดความรู้สรุปองค์ความรู้และขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ในส่วนของความต้องการของผู้เรียนด้านวิทยาศาสตร์ พบว่าต้องการคำแนะนำกิจกรรมที่พาไปสู่กิจกรรมอย่างมีความสุขสนุกสนาน ด้านขั้นตอนแนวทางในกระบวนคิดวิเคราะห์ที่สั้น กระชับ และด้านการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปต่อยอดปรับใช้ในชีวิตประจำวันโดยมีแนวทางการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียนให้ผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น คือ รูปแบบการสอนวิทยาศาสตร์แบบ TAM’S SCIENCE ที่ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ ขั้นที่ 1 ความสามารถพิเศษ (T:TALENT) เป็นการนำเสนอสถานการณ์ที่เป็นปัญหาซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งทางปัญญาเพื่อกระตุ้นการคิดวิเคราะห์ด้วยวิธีการสำรวจ (S:SURVEY)ท้าทายความคิด(C:CHALLENGECRITICAL THINKING) ขั้นที่ 2 สร้างกิจกรรมที่มีความคล่องตัว(A:ACTIVE)เพื่อพัฒนาแนวคิดส่งเสริมให้ผู้เรียนค้นหาคำตอบด้วยข้อมูลที่หลากหลายเป็นการตอบคำถามจากประเด็นปัญหาด้วยข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่ผ่านการพิจารณาอย่างมีเหตุผล โดยปรับปรุงวิธี (I:IMPROMENT) มีการประเมินผล (E:EVALUATION) สร้างข้อกำหนดใหม่ (N: NEW SPECIFICAITION ) และขั้นที่3การเคลื่อนไหว
(M: MOBILITY) เป็นการอภิปรายและสรุปรวบยอดทั้งเนื้อหาสาระและแนวทางออกแบบผลจากการคิด การค้นพบซึ่งจะเป็นการสรุปผลประเมินผล(C:CONCLUSION)และขยายผลต่อยอด (E: ELABORATION ) ซึ่งสามารถทำให้ผู้เรียนเกิดความพึงพอใจอยู่ในเกณฑ์ระดับ ดี

TITLE  The development of science teaching model based on algorithms to Strengthen  Multiple Intelligence Thinking Skills  for students in  Prathom  6  at Pratoolee Municipal School, Lamphun province  Department of Provincial Administration Ministry of Government, 2016.
AUTHOR  Kamonchanok  Sachumpun

ABSTRACT

            The purpose of the research and development of science teaching model based on algorithms to Strengthen Multiple Intelligence Thinking Skills for Prathom Suksa 6 Students of Municiple Pratoolee  School were to 1) to study and verify the problems of Teaching Science  2) to Develop of a science teaching model based on algorithms to reinforce multi Intelligence thinking skills. 3) To analyze the satisfaction of Prathom Suksa 6 Students of Municiple Pratoolee  School towards teaching by using  science teaching model based on algorithms to Strengthen Multiple Intelligence Thinking Skills. The samples for this the research were 117 students of  Prathom Suksa 6 student  at Pratoolee Municipal School. The instruments used in the study were 1) 20 Learning Plan (40 Hours)  2) The Multiple Intelligence Thinking Skills Test. 3) the questionnaire about condition and problem of science teaching activities, 4) the student satisfaction questionnaire after used science teaching model based on algorithms to Strengthen Multiple Intelligence Thinking Skills. The researcher collected the data manually and then analyzed the statistics to find the mean percentage, standard deviation and t – test (independent sample) value. The results showed that the highest level problem of science teaching activities was the Teachers lacked the stimulation of interesting thinking skills for learners.Although Teaching materials are often changed,  no many class book choice and the learner is unable to apply knowledge and lack of critical thinking skills. The researcher founded that in terms of the needs of science learners is leaded to fun activities. The methodology used in the short-term analytical thinking process and the application of scientific knowledge to the daily life, with the development of analytical skills of the learners to achieve a higher achievement is the form of teaching science. The TAM’S SCIENCE consists of 3 main steps:

Step 1: T (T : TALENT) is a presentation of a problematic situation that causes intellectual conflicts to stimulate analytical thinking  by survey method (S: SURVEY) and Challenging ideas (C: CHALLENGECRITICAL THINKING) Step 2: A (A : ACTIVE) is creating a flexible activity to develop a concept that learners were encouraged to find answers with a variety of information, answering questions from issues with reliable information that is a reasonable consideration by improving method (I: IMPROMENT), evaluating data (E: EVALUATION) and creating a new definition (N: NEW SPECIFICAITION).Step 3 M (M: MOBILITY) is discussing, summarizing the content and finding guidelines form  thinking, which will conclude the results (C: CONCLUSION) and elaborate the effect (E: ELABORATION), which can make the learners  are satisfied in the good level of satisfaction.